บริติชโคลัมเบียดับไฟ ในจังหวัดนี้ของแคนาดามีไฟป่า 56 แห่งที่ใช้งานอยู่และก็ยังคงมีการดูดควันเข้าไปในท้องฟ้าเหนือศีรษะ

สถิติปัจจุบันนี้ (จาก BC Wildfire Service) ทำให้เห็นว่า629,074 เฮกตาร์รวม (1,554,475.71 เอเคอร์ได้เผาปีนี้ในบริติชโคลัมเบีย โดยเฉพาะจังหวัดแต่ละจังหวัดชายฝั่งมีการเผาไหม้ถึง86,116 เฮกตาร์ ภาคตะวันตกเฉียงเหนือมีพื้นที่ 310,731 ไร่เผา Prince George มีพื้นที่ 118,233 ไร่ เผา Kamloops มีพื้นที่ 38,019 ไร่ เผา ตะวันออกเฉียงใต้มีพื้นที่ 35,639 ไร่ เผาไหม้และก็ Cariboo มี 40,336 ฮ่า เผา

สภาพภูมิอากาศเหมือนกับในฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกามีหน้าที่สำคัญในเหตุการณ์ไฟป่าในปี พุทธศักราช 2561 สภาพภูมิอากาศร้อนแห้งและมีลมแรงก่อเกิดพื้นที่เพาะพันธุ์สัตว์ป่าเพื่อเริ่มและก็แพร่ มีเพียงแต่การโจมตีด้วยฟ้าผ่าหรือแคมป์ไฟที่มีแนวโน้มไม่ดีสภาพภูมิอากาศเหล่านี้สามารถช่วยให้เปลวเพลิงที่ลุกโหมอย่างเร็วกลุ่มนี้สามารถแพร่กระจายอย่างเร็วและเปลี่ยนเป็นสิ่งที่ไม่สามารถที่จะควบคุมได้ก่อนที่จะถูกศึกษาค้นพบ

นอกจากอันตรายที่เห็นได้ชัดจากไฟลุกแล้วยังเกิดอันตรายจากควันในภูมิภาคอีกด้วย ควันนี้ปกคลุมฟ้าเหนือบริติชโคลัมเบียแล้วก็จะพัดไปทางทิศตะวันออกโดย jetstream ควันนี้ก่อให้เกิดประสิทธิภาพอากาศที่ทำให้เป็นอันตรายได้ทุกแห่งที่เดินทาง แผนที่ข้างล่างแสดงดรรชนีคุณภาพอากาศสำหรับภูมิภาคบริติชโคลัมเบียในวันที่ 22 สิงหาคม 2018 ผู้ที่สูบบุหรี่หรือมองเห็นหมอกควันในอากาศควรที่จะใช้ความระมัดระวัง

ทัศนคติของคุณแม่ต่อเด็กแรกเกิดในระหว่างท้องอาจมีผลต่อความก้าวหน้าของเด็ก

นักค้นคว้าจากศูนย์ศึกษาค้นคว้าครอบครัวปฏิบัติงานพินิจพิจารณาเมตาการทวนผลวิจัยที่เผยแพร่ทั้งผองในสาขานี้เพื่อชี้ให้เห็นอย่างแจ่มแจ้งว่ามีความเชื่อมโยงกับแนวทางที่บิดามารดาคิดยังไงเกี่ยวกับเด็กในระหว่างมีครรภ์รวมทั้งการกระทำของพวกเขาต่อพวกเขาข้างหลังคลอด

ผลงานของพวกเขาซึ่งนำข้อมูลที่ได้รับมาจาก 14 การศึกษาวิจัยที่เกี่ยวเนื่องกับ 1,862 คุณแม่และก็พ่อได้รับการเปิดเผยแพร่ในนิตยสาร Developmental Review

การศึกษาเรียนรู้ที่รวมอยู่สำหรับการพินิจพิจารณาเมตาได้พินิจพิจารณาความรู้สึกและก็ความรู้สึกของบิดามารดาเกี่ยวกับลูกของตัวเองในระหว่างท้องโดยการสัมภาษณ์และก็แบบสำรวจ อย่างเช่นสำหรับในการสัมภาษณ์ผู้ดูแลที่คาดหวังได้รับการพินิจพิเคราะห์ให้มีการแสดงแทน “สมดุล” ของลูกหลานของตนเองแม้พวกเขาแสดงความมุ่งมาดในเชิงบวกเกี่ยวกับความเชื่อมโยงของพวกเขากับเด็กหรือแสดงความนึกคิดในใจ ความนึกคิดและก็ความรู้สึกของตนเอง บิดามารดาที่บิดามารดาเหยเกบิดามารดาบิดามารดาบิดามารดาบิดามารดาบิดามารดาบิดามารดาบิดามารดาบิดามารดาบิดามารดาบิดามารดาบิดามารดาบิดามารดาบิดามารดาบิดามารดาบิดามารดาบิดามารดาบิดามารดา

เมื่อเด็กเกิดขึ้นมาแล้วนักค้นคว้าในการศึกษาวิจัยกลุ่มนี้จะมองเห็นความเกี่ยวพันระหว่างบิดามารดาแล้วก็ลูก มาตรการหนึ่งที่พวกเขาอยากเป็น “ความไว” – ความรู้ความเข้าใจสำหรับในการพินิจการแปลความหมายและก็การโต้ตอบตอนที่สมควรและก็เหมาะสมกับสัญญาณของเด็กดังเช่นหากเด็กแบเบาะไม่ค่อยสบายใจ

ผลจากการเรียนรู้ 14 ชิ้นพบว่ากลุ่มเคมบริดจ์บอกให้เห็นถึงความเกี่ยวเนื่องระหว่างความนึกคิดเชิงบวกแล้วก็ความรู้สึกเกี่ยวกับเด็กทารกในระหว่างตั้งท้องและก็ตอนหลังการปฏิสัมพันธ์กับเด็กอ่อน แต่ว่าเฉพาะในคุณแม่แค่นั้น

“การศึกษาเล่าเรียนพบว่าความเกี่ยวข้องระหว่างบิดามารดาแล้วก็ลูกมีความหมายต่อความก้าวหน้าแล้วก็การเรียนของเด็กโดยเหตุนี้พวกเราก็เลยอยากทำความเข้าใจว่ามีลักษณะอาการก่อนคลอดที่บางทีอาจคาดหมายความประพฤติปฏิบัติของผู้ดูแลไหม” ดร. ซาร่าห์โฟลลีย์คนเขียนคนแรกของการศึกษาเล่าเรียนกล่าว การศึกษาเรียนรู้วิจัยเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของปริญญาเอกของคุณ

“หากว่าพวกเราจะเจอความเกี่ยวพันระหว่างทัศนคติของคุณแม่กับเด็กแรกคลอดในระหว่างตั้งท้องแล้วก็ความสัมพันธ์ในคราวหลังของคุณ แต่ว่าการเชื่อมต่อนี้ก็ค่อนข้างจะถ่อมตัวซึ่งทำให้เห็นว่าน่าจะเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของการเล่นกลมากยิ่งกว่าเรื่องทั้งหมดทั้งปวง”

การศึกษาเรียนรู้วิจัยยังทำให้เห็นว่าการรับทราบที่มากขึ้นของเด็กอ่อนในระหว่างมีท้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับความประพฤติสุขภาพในระหว่างท้องตัวอย่างเช่นการเลิกดูดบุหรี่หรือการเข้ารับการดูแลรักษาในท้อง

ในตอนที่ควรต้องมีการทำงานมากขึ้นเพื่อกำหนดรูปแบบการคั่นแซงดังที่กล่าวผ่านมาแล้วบางทีอาจใช้ตัวเลือกบางทีอาจรวมทั้งผดุงครรภ์กระตุ้นให้คุณแม่คิดเกี่ยวกับสิ่งที่ลูกน้อยของคุณบางทีก็อาจจะถูกใจหรือขอให้แม่คิดกิจกรรมที่พวกเขารู้สึกว่าคุณแล้วก็ลูกน้อยของคุณบางทีอาจจะถูกใจที่จะทำด้วยกัน .

“นี่เป็นงานค้นคว้าที่ออกจะใหม่ แม้กระนั้นอาจมีนัยสำคัญต่อความก้าวหน้าของเด็กๆ” ดร. โฟลลี่ย์กล่าวเสริม “พวกเราอยากได้การศึกษาวิจัยเพิ่มอีกในพื้นที่นี้ แม้กระนั้นหวังว่าชัดเจนการคั่นแซงใหม่ๆที่จะช่วยทำให้แม่ใหม่มีส่วนร่วมกับลูกๆของพวกเขาได้มากขึ้น”

ดร. โฟลลี่ย์พูดว่าอาจมีหลายต้นสายปลายเหตุที่นำมาซึ่งความสัมพันธ์กับทารกในท้องในระดับที่ค่อนข้างต่ำ ความรู้สึกของคุณแม่กับบิดามารดาของคุณเองหรือวัฒนธรรมที่เน้นไปที่เด็กอ่อนนับว่าเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม แต่ความเครียดของหลักฐานชี้ว่าการเจาะจงสาเหตุกลุ่มนี้จะมีผลต่อความนึกคิดก่อนคลอดเกี่ยวกับทารกซึ่งบางทีอาจมีผลต่อประสิทธิภาพของการปฏิสัมพันธ์ในวันหลังกับเด็กแบเบาะ

การควบคุมการแสดงออกยีนของยีนตนเองจะช่วยรักษาได้

วงจรสังเคราะห์สังเคราะห์เป็นเทคโนโลยีเพื่อควบคุมการแสดงออกของยีนแล้วก็เซลล์โปรแกรมเพื่อปฏิบัติภารกิจที่อยากได้ ด้วยเหตุดังกล่าวการเพิ่มความสลับซับซ้อนของวงจรทางพันธุกรรมจะช่วยทำให้พวกเราสามารถควบคุมเซลล์ได้อย่างเที่ยงตรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

แต่ความสลับซับซ้อนของวงจรทางพันธุกรรมยังคงอยู่ในระดับที่ถือว่าต่ำ ด้วยเหตุว่าในระบบปฏิกิริยาการแพร่ไปทั่วๆไปโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีรวมทั้งสารเริ่มมีให้แยกกันแล้วก็ความสัมพันธ์ที่ไม่มีการเฉพาะเจาะจงของโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีกับผิวทำให้มีการเกิดการ crosstalk ที่ไม่ได้ตั้งใจระหว่างวงจรต่างๆ

นักค้นคว้าที่มหาวิทยาลัยโอซาก้านำในแผนการวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยเมืองโตเกียวมหาวิทยาลัยเกียวโตรวมทั้งมหาวิทยาลัยวาเซดะสร้างตรรกะยีนที่เรียกว่า “ยีน nanochips” การใช้สาเหตุแบบผสมบน nanochips กลุ่มนี้ nanochips ที่มีอยู่ในตนเองสามารถเปิดรวมทั้งปิดยีนข้างในชิปตัวเดียวคุ้มครองป้องกันไม่ให้มีการ crosstalk ที่ไม่ตั้งใจ

นักค้นคว้าพบว่าการโต้ตอบของทุ่งนาโนชิปในเซลล์เทียมเป็นการสนองตอบด้านสภาพแวดล้อมการคำนวณข้อมูลรวมทั้งผลิตผลของสินค้าในระดับชิปเดียว ผลการวิเคาะห์ของพวกเขาถูกเผยแพร่ในท้องนาโนเทคโนโลยีธรรมชาติ

ท้องนาโนเทคโนโลยีดีเอ็นเอเป็นแนวทางที่นานัปการที่ใช้สำหรับในการสร้างส่วนประกอบที่ระบุเองแล้วก็เพื่อควบคุมแบบอย่างโมเลกุลที่ถูกต้องแม่นยำ นักค้นคว้าได้ใช้แผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้า (กว้าง 90 nm, 60 nm, สูง 2 nm) แล้วก็โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี RNA polymerase (RNAP ซึ่งเป็นโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีที่สังเคราะห์ RNA จากดีเอ็นเอ) แล้วก็ยีนหลายตัว

ความรู้ความเข้าใจสำหรับในการจัดวางต้นแบบทุ่งนาโนของทุ่งนาโนเทคโนโลยีดีเอ็นเอช่วยทำให้นักค้นคว้าสามารถวางแบบระดับการแสดงออกของยีนได้อย่างมีเหตุผลโดยการเปลี่ยนระยะระหว่างโมเลกุลระหว่างโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีกับยีนวัตถุประสงค์ซึ่งจะมีผลต่อความสามารถการชนและก็ปฏิกิริยาต่อๆไป

นักค้นคว้าได้รวมเซ็นเซอร์เพิ่มเติมอีก ตัวเซ็นเซอร์ซึ่งสามารถตรวจหาสัญญาณจำพวกใดก็ได้ควรจะมีข้อ จำกัด สำหรับในการวางแบบที่ต่ำที่สุด อย่างไรก็ดีกรรมวิธีทั่วๆไปได้รับผลพวงจากข้อ จำกัด หลายประการ (ได้แก่สิ่งของ) เนื่องมาจากในวงจรทางพันธุกรรมแบบเดิมเซ็นเซอร์เป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของผิวของโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี (ตัวอย่างเช่นดีเอ็นเอสำหรับการถอดเสียง) มองเป้าหมายเหตุสำหรับเนื้อหา

ตรงกันข้ามในการศึกษาวิจัยองค์ประกอบเซ็นเซอร์นี้เป็นอิสระจากปฏิกิริยาของโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี เพราะฉะนั้นนักค้นคว้าสามารถใช้สิ่งของเซ็นเซอร์ใดๆก็ตามที่แปลงช่วงเวลาระหว่างโมเลกุลที่มีคุณภาพสำหรับในการรับทราบสัญญาณซึ่งช่วยทำให้สามารถสร้างเซ็นเซอร์ต่างๆที่จะตอบสนองต่อสัญญาที่ที่แตกต่าง (microRNAs, สารเคมีโปรตีนรวมทั้งแสงสว่าง) นอกจากนั้นโดยการรวมรวมทั้งการรวมเซ็นเซอร์สนองตอบต่อสัญญาที่ที่ไม่เหมือนกันนักค้นคว้าได้บรรลุผลสำเร็จสำหรับในการถ่ายรูปซ้ำของวงจรทางพันธุกรรม

สุดท้าย nanochip ช่วยทำให้นักค้นคว้าสามารถลดความสลับซับซ้อนสำหรับในการสร้างวงจรทางพันธุกรรมที่สนองตอบต่อเซลล์เทียมซึ่งเป็นหยดน้ำในน้ำมันและก็สามารถคำนวณค่า miRNA ได้โดยการประสมประสานชิพมุมฉากซึ่งเป็นการแผ่อำนาจของ วงจรทางพันธุกรรม

Hisashi Tadakuma บอกว่า “ต้นสายปลายเหตุทั้งสิ้นที่ต้องสำหรับปฏิกิริยาการถอดรหัสอยู่บน nanochip แบบบูรณาการนี้ด้วยเหตุนี้ความรู้สึกด้านสภาพแวดล้อมการคำนวณข้อมูลแล้วก็การสร้างสินค้าจะเสร็จบริบูรณ์ในระดับ single-chip ในอนาคตอันใกล้ nanochips ที่มีอิสรภาพจะมีคุณประโยชน์ การดูแลรักษาเซลล์ในสถานะสุขภาพโดยการควบคุมการแสดงออกทางพันธุกรรมและก็อวกาศชั่วครั้งคราวซึ่งจะรวมอุดมคติของคำว่า ‘การปกป้องที่เหมาะสมที่สุดเป็นการดูแลและรักษา’. “

การเลียนแบบเชิงควอนตัมชี้ให้เห็นถึงความคล่องตัวของการเคลื่อนไหวในตำแหน่งที่ตั้งที่ไม่มีระเบียบต่ำ

แต่ว่าสิ่งที่ท้าที่สุดชิ้นหนึ่งที่นักค้นคว้าจำต้องพบเจอในการศึกษาเรียนรู้อุปกรณ์ที่จริงจริงเป็นการปรากฏตัวของสิ่งสกปรกที่ไม่สามารถที่จะควบคุมได้ซึ่งมีผลต่อการขนส่งทางด้านอิเล็กทรอนิกส์

แนวทางหนึ่งที่จะแก้ไขเลอะเทอะนี้เป็นเพื่อศึกษาเล่าเรียนลักษณะทางด้านกายภาพที่เช่นเดียวกันในอุปกรณ์เทียมที่ไม่มีความไม่สมบูรณ์ตามธรรมชาติ ในตอนไม่กี่ทศวรรษก่อนหน้านี้นักค้นคว้าได้ใช้อะตอมที่เป็นกลางสำหรับการโยกย้ายผลึกโบราณที่สร้างด้วยเลเซอร์เพื่อทำแบบจำลองควอนตัมเพื่อพิจารณาลักษณะทางด้านกายภาพซึ่งยากที่จะเห็นได้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่จริงจริง

ในช่วงเวลานี้นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ที่ Urbana-Champaign ใช้วิธีการเลียนแบบควอนตัมแบบใหม่ได้กระทำสังเกตการณ์ข้อแรกของการเคลื่อนที่ของขอบในระบบที่มีขนาดต่ำ ฟิสิกส์ศ.จ. Bryce Gadway และก็นิสิตระดับบัณฑิตศึกษา Fangzhao Alex An สามารถรวมสิ่งของเสมอเหมือนที่ไม่เรียบร้อย – ในกรณีนี้เป็นคู่ของโซ่ 1D ที่มีสนามไฟฟ้าเทียมเพื่อตรวจการปรากฏนี้

ชี้แจงว่า “สนามไฟฟ้าเทียมที่พวกเราดีไซน์มาทำให้อะตอมที่เป็นกลางสำหรับในการทดสอบของพวกเราปฏิบัติตัวเสมือนอิเล็คตรอนในสนามไฟฟ้าขนาดใหญ่มากมายพอๆกับการใช้แม่เหล็กแบบเทสลาร์นับร้อยพวกเราสามารถเปลี่ยนความแรงของสนามไฟฟ้าเทียมของพวกเราได้ ปรับคุณลักษณะของอะตอมของพวกเรารวมทั้งเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ที่ดูได้เป็นอย่างมาก ”

ด้วยเหตุนี้สิ่งที่ว่าเป็นขอบการเคลื่อนไหว? การเปลี่ยนฉนวนระหว่างตัวนำกับตัวนำไฟฟ้าขึ้นกับพลังงานซึ่งเกิดขึ้นในระบบที่ไม่เรียบร้อย – ระบอบการขนส่งโลหะที่เกิดจากฉนวนพิเศษเรียกว่าฉนวนกันความร้อนของ Anderson มีเพียงแค่สองกรุ๊ปแค่นั้นที่เคยได้เห็นข้อดีด้านการเคลื่อนไหวในแบบอย่าง 3D และก็คราวแรกเป็นกรุ๊ปศึกษาค้นคว้า U of I ของ Brian DeMarco ในปีพ. ศาสตราจารย์ 2554 ที่สำคัญการเกิดนี้มีต้นเหตุที่เกิดจากความระส่ำระสายแล้วก็โดยชอบด้วยกฎหมายฟิสิกส์การแปล, ไม่สมควรเกิดขึ้นในอุปกรณ์ 2D หรือ 1D

ความเห็น Gadway “ข้อคิดเห็นนี้เกิดเรื่องน่าสังเกตอย่างแท้จริง – ความประพฤติปฏิบัติอย่างนี้ไม่สมควรเกิดขึ้นในระบบที่มีมิติต่ำลงมากยิ่งกว่าด้วยความแปลกแบบสุ่มมีความวิจิตรบรรจงสำหรับเพื่อการตระหนักถึงมันในหนึ่งหรือสองมิติที่ขึ้นกับการจัดลำดับของความบกพร่องแบบสุ่มหลอกนั่นเอง เป็น correlations ในความแตกต่างจากปกติที่พวกเราวางแบบมันจะเปิดออกนี้สามารถช่วยทำให้ความเคลื่อนไหวโลหะฉนวน. ”

“ชนิดของความเปลี่ยนไปจากปกติที่มีความเชื่อมโยงกันที่พวกเราใช้มีคุณลักษณะที่ตลกโปกฮามากมายๆโดยเฉพาะมีอาร์กิวเมนต์ทางเลขที่ประณีตและวิจิตรบรรจงซึ่งชี้ให้เห็นว่าการเปลี่ยนผ่านโลหะช่วยทำให้สามารถดำเนินงานได้อย่างสมบูรณ์แบบไม่สังกัดพลังงานปรากฎว่าคุณจำต้อง ทำบางสิ่งพิเศษเพื่อกำเนิดความคล่องตัวขอบเกิดขึ้นในกรณีของพวกเราส่วนประกอบพิเศษเป็นการผลิตสนามไฟฟ้าขนาดใหญ่ “

เด็กๆเชื่อมต่อกับหุ้นส่วนการอ่านหุ่นยนต์

นักค้นคว้าที่มหาวิทยาลัยวิสคอนซินแมดิสันได้สร้างหุ่นยนต์ชื่อไม่นนี่เพื่อปฏิบัติหน้าที่เป็นเพื่อนอ่านให้เด็กโรงเรียนมัธยมศึกษารวมทั้งสหายใหม่ของไม่นนี่โตตื่นเต้นเกี่ยวกับหนังสือและก็แนบมาเยอะขึ้นเพื่อหุ่นยนต์ในตอนสองอาทิตย์ของการอ่านด้วยกัน

“ภายหลังการปฏิสัมพันธ์หนึ่งครั้งเด็กๆโดยธรรมดาบอกพวกเราว่ามั่นใจได้ว่ายินดีที่จะมีนักอ่าน” โจเซฟไมเคิลนิสิตบัณฑิตศึกษา UW-Madison ที่ศึกษาเล่าเรียนเรื่องจิตวิทยาด้านการเรียนรู้กล่าว “แม้กระนั้นในช่วงท้ายของสองอาทิตย์ก่อนหน้านี้พวกเขากำลังกล่าวถึงแนวทางหุ่นยนต์เกิดเรื่องตลกขบขันรวมทั้งโง่แล้วก็กลัวแล้วก็กรรมวิธีการที่พวกเขาอยากกลับไปอยู่ที่บ้านไปด้านหน้าหวังว่าจะได้มองเห็นมันอีกรอบ”

ไมเคิลแล้วก็ศ.จ.คอมพิวเตอร์ศาสตร์ Bilge Mutlu พิมพ์ผลงานของพวกเขากับไม่นนี่ในวันพุธที่ 22 เดือนสิงหาคมในนิตยสาร Science Robotics

การค้นคว้าชี้ให้เห็นว่าการศึกษาทางด้านสังคมการจับคู่กับเพื่อนพ้องเพื่อจัดการกับปัญหาทางเลขคณิตหรืออ่านบทในแบบเรียนเป็นแนวทางที่มีคุณภาพเพื่อช่วยทำให้เด็กนักเรียนปรับปรุงความสามารถรวมทั้งความพอใจตาม Michaelis ช่วยเพิ่มความรู้ความเข้าใจของผู้เรียนโดยแจกภาระหน้าที่งานด้านความรู้ความเข้าใจและก็สร้างเสริมความรู้ความเข้าใจผ่านบทพูด

“สิ่งที่น่าดึงดูดที่สุดสำหรับฉันก็คือพวกเราทราบว่าการเล่าเรียนด้านสังคมช่วยเพิ่มความพอใจและก็สิ่งจูงใจ” ไมเคิลครูวิชาวิทยาศาสตร์ระดับค่อนข้างสูงก่อนที่จะกลับไปศึกษาต่อ “เด็กจำนวนหลายชิ้นที่เกลียดชังการอ่านโดยเฉพาะทำให้เห็นว่ามันเป็นกิจกรรมที่สันโดษรวมทั้งคนแค่เพียงเรียงลำดับของการยินยอมรับการแยกที่ แม้กระนั้นมันสามารถ demotivating รวมทั้งยากที่จะศึกษาและก็รู้เรื่องในเหตุการณ์ที่.”

ไมเคิลและก็ Mutlu มั่นใจว่าหุ่นยนต์ที่เป็นเพื่อนจะมาเป็นที่ประจำอยู่ในบ้านรวมทั้งพวกเขาสงสัยว่าหุ่นยนต์พวกนี้บางทีอาจเป็นเพื่อนรักสำหรับการทำความเข้าใจทางด้านสังคมสำหรับเด็กไหม

พวกเขาทำโปรแกรมการอ่านหนังสือสองอาทิตย์ซึ่งมีหนังสือ 25 เล่มที่แสดงถึงความชำนาญด้านการอ่านแล้วก็ความสลับซับซ้อนของเรื่องราวและก็โปรแกรมไม่นนี่เป็นคนฟังที่พอใจ เด็กๆในการค้นคว้าอ่านออกเสียงให้หุ่นยนต์ที่สามารถติดตามความก้าวหน้าในหนังสือแล้วก็สนองตอบต่อเรื่องราวได้ทุกๆ2-3 หน้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนที่สำคัญในพล็อตด้วยหนึ่งในร้อยข้อคิดเห็นที่ได้รับการตั้งโปรแกรมล่วงหน้า

“จุดมุ่งหมายของพวกเราเป็นการพยายามที่จะทำให้มันเป็นอย่างแท้จริงการเสวนาเป็นได้. หากคุณได้อ่านหนังสือให้ฉันแล้วก็ฉันรู้สึกสนเท่ห์ใจฉันบอกบางอย่างเป็นต้นว่า ‘ว้าวผมมองไม่เห็นว่ามา!’ Michaelis บอกว่า “ในตอนที่น่าสยดสยองนิดหน่อยของหนังสือเล่มนี้เกิดขึ้นหุ่นยนต์บอกว่า ‘โอ้ว้าวฉันกลัวจริงๆ’ มันสนองตอบอย่างที่ว่าถ้าเกิดมันมีท่าทางที่จริงจริง ”

ด้วยดวงตาสีดำที่เรียบง่ายแล้วก็มีขนาดใหญ่บนหัวสีขาวที่ไม่มีรูปร่างเช่นกันของหัว Minnie สามารถสนองตอบรวมทั้งชักนำแล้วก็สรุปรวมทั้งมองถ้วนถี่ มันก็เริ่มด้วยการถัดไปพื้นฐานเริ่มอ่านโดยการชี้แนะ (ผ่านอัลกอริทึม) เป็นหนังสือที่ดีจากหอสมุดของชื่อซึ่งรวมทั้งความใกล้ชิดและก็ Harry Potter เสียววาบชุดและก็จำพวกคลาสสิกดังเช่นว่า “รอยย่นเวลา”.

“การจับคู่นั้นเป็นเรื่องจำเป็นแม้คุณกำลังพากเพียรผูกมิตรด้านสังคมกับใครซักคนและก็พวกเขาก็กล่าวว่า ‘คุณน่าจะรักหนังสือเล่มนี้’ แล้วก็พวกเขาบกพร่องหรือไม่?” Michaelis กล่าว เด็กส่วนมากพูดว่าหุ่นยนต์เห็นผลงานที่ดีชี้แนะหนังสือให้กับพวกเขา ”

การเชื่อมต่อเติบโตขึ้นจากที่โน่น ปริมาณเด็กที่บอกนักค้นคว้าหุ่นยนต์มีบุคลิกลักษณะหรืออารมณ์มากขึ้นมากยิ่งกว่าสี่เท่าในตอนสองอาทิตย์ที่นักอ่านใช้เวลากับไม่นนี่ ปริมาณรายงานที่พวกเขาได้รับแรงจูงใจสำหรับเพื่อการอ่านยังถูกแทง – รวมทั้งแซงหน้ากรุ๊ปควบคุมตามรุ่นที่ใช้กระดาษของโปรแกรมการอ่าน รวมทั้งเด็กๆที่อ่านหนังสือกับไม่นนี่พูดว่ารู้สึกดังว่าพวกเขารู้เรื่องและก็จำหนังสือที่แชร์กันเยอะขึ้นเรื่อยๆ

Navigation