การเชื่อมต่อชี้แจงการโต้ตอบของระบบนิเวศน์ต่อปริมาณน้ำฝนภัยแล้ง

Praveen Kumar ศ.จ.ด้านวิศวกรรมโยธาและก็สภาพแวดล้อมจากมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ Urbana-Champaign แล้วก็ผู้ร่วมเขียนรายงานพูดว่า “ข้อมูลที่เกิดขึ้นจากความผันแปรของปริมาณน้ำฝนจะเขยื้อนผ่านระบบนิเวศเหมือนกันกับข้อมูลที่ไหลผ่านโครงข่ายทางด้านที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสาร “การวิเคราะห์แบบใหม่ซึ่งเกิดเรื่องใหม่สำหรับในการศึกษาเล่าเรียนเกี่ยวกับระบบนิเวศรวมทั้งอุทกวิทยาช่วยทำให้พวกเราสามารถกำหนดได้ว่าระบบนิเวศของระบบนิเวศนั้นมีความเชื่อมโยงกันเช่นไรแล้วก็การโต้ตอบต่อความเคลื่อนไหวของสภาพอากาศนั้นมีความเจาะจงเฉพาะพื้นที่หรือมีอยู่ทั่วๆไปในระบบนิเวศที่แตกต่าง”

นักค้นคว้าดูความเคลื่อนไหวความร้อนความชุ่มชื้นของดินและก็การไหลของคาร์บอนซึ่งเรียกว่าฟลักซ์ก่อนฝนตกแล้วก็ข้างหลังฝนตกและก็ภัยแล้งในสองที่ ไซต์แรกในไอดาโฮด้านตะวันตกเฉใต้มีฝนตกในตอนนับเป็นเวลาหลายวันในกรกฎาคม พุทธศักราช 2558 ส่วนลำดับที่สองในภูมิภาคเซียร์ราเทอร์เทิลเซียร์ราแคลิฟอร์เนียมีเหตุภัยแล้งนับเป็นเวลาหลายปีที่เริ่มในปี 2555

Allison Goodwell ศ.จ.ด้านวิศวกรรมโยธาที่มหาวิทยาลัยโคโลราโดเดนเวอร์ผู้ซึ่งเป็นอดีตนิสิตระดับบัณฑิตศึกษาของเมืองอิลลินอยส์แล้วก็คนเขียนนำประเด็นนี้บอกว่า “ในพื้นที่ไอดาโฮพวกเราได้มองเห็นการเชื่อมต่อระหว่างชั้นบรรยากาศกับพื้นดินที่มากขึ้นระหว่างฝนตกโดยตรง การเรียนรู้ใหม่ “ในพื้นที่ Sierra ใต้พวกเราพบว่าความร้อนรวมทั้งคาร์บอนไดออกไซด์สนองตอบต่อความแล้งในลักษณะต่างๆแล้วก็ที่มาของการเชื่อมต่อไม่เหมือนกันไประหว่างพื้นที่สูงแล้วก็ต่ำที่ระดับความสูง”

Kumar พูดว่า “อีกมุมมองหนึ่งที่ทำให้การเล่าเรียนคราวนี้เกิดเรื่องไม่ซ้ำใครเป็นความพร้อมเพรียงใช้งานของข้อมูลที่ได้มาจากหลายสถานีที่ระดับความสูงที่แตกต่างในแต่ละไซต์ “สิ่งนี้ทำให้พวกเราสามารถวิเคราะห์ได้ว่าการเปลี่ยนการเชื่อมต่อมีต้นเหตุมาจากความไม่เหมือนของลักษณะภูมิอากาศที่เกิดจากระดับความสูงไหมปกติสถานีเก็บข้อมูลจะถูกแยกออกไปทำให้ยากที่จะทำพินิจพิจารณาเทียบแบบงี้”

ถึงเว็บและก็ข้อมูลภาคสนามจะมาจากระบบนิเวศน์เวลาแล้วก็สภาพภูมิอากาศที่ต่างกันการศึกษาค้นคว้าวิจัยในครั้งนี้ให้ข้อมูลเชิงลึกว่าการเชื่อมต่อส่งผลต่อลักษณะของฟลักซ์จำพวกต่างๆเช่นไร การเชื่อมต่อที่หนักแน่นขึ้นจะเปลี่ยนแนวทางที่ปริมาณน้ำฝนจะมีผลต่อความชื้นความร้อนแล้วก็จำนวนคาร์บอนในระบบและก็ความเจริญก้าวหน้าตั้งแต่ต้นจนกระทั่งภัยแล้งในช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วง

Richard Yuretich ผู้อำนวยการโครงงานของ Observatories NSF Critical Zone พูดว่า “ผลการศึกษาวิจัยกลุ่มนี้บ่งบอกถึงถึงกรรมวิธีการที่ลุ่มน้ำบางทีอาจสนองตอบต่อการเกิดการตกขี้ตะกอนได้ในกรณีนี้” “ข้อมูลมีความหมายต่อการคาดเดาว่าระบบนิเวศจะสนองตอบต่อสถานะการณ์ร้ายแรงในอนาคตเช่นไร”

Aaron Fellows แล้วก็ Gerald Flerchinger จากกระทรวงเกษตรของสหรัฐอเมริกาก็มีส่วนร่วมสำหรับการศึกษาค้นคว้านี้ด้วย

มูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติมอบทุนสําหรับหอสังเกตการณ์เขตวิกฤตสําหรับทิวทัศน์ที่มีการจัดแจงที่แข็งแกร่งรวมทั้งสัมพันธ์วิทยาศาสตร์โลกรวมทั้งอวกาศ NASA เกื้อหนุนการค้นคว้านี้

Navigation